UA THA 1/2017: หนังสือเกี่ยวกับการจับกุมและคุมขัง “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา จากการถูกดำเนินคดี มาตรา 112
ชื่อ:
“ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา
สถานะคดี/การละเมิด:
สิ้นสุดแล้ว
วันที่:
24 ม.ค. 2560
ผู้รายงานพิเศษ:
- ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิเสรีภาพทางความคิดและในการแสดงออก (Special Rapporteur on Freedom of Opinion and Expression)
- ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยสถานการณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชน (Special Rapporteur on the Situation of Human Rights Defenders)
ข้อเท็จจริง
ข้อมูลของผู้เสียหาย
- “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา เป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและผู้สนับสนุนประชาธิปไตยชาวขอนแก่น อายุ 34 ปี และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม “ดาวดิน” ที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน
- ตั้งแต่ช่วงไผ่เป็นนักศึกษา เขาได้เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิพลเมืองอย่างสันติ โดยมีบทบาทสำคัญในการชุมนุมหลังรัฐประหารปี 2557 และการประท้วงของเยาวชนในปี 2563
- ตั้งแต่ 2563 ไผ่ถูกดำเนินคดีภายใต้ มาตรา 112 อย่างน้อย 2 คดี สืบเนื่องจาก การชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ท้องสนามหลวง และ การปราศรัยในชุมนุมหน้าสภ.ภูเขียว เรียกร้องให้ตำรวจขอโทษจากการคุกคามนักเรียน กรณีจัดค่าย “ราษฎรออนทัวร์”
.
ข้อมูลการละเมิดสิทธิ
.
ข้อเท็จจริง
- วันที่ 2 ธ.ค. 2559 ไผ่ได้แชร์บทความข่าว “พระราชประวัติกษัตริย์พระองค์ใหม่ของไทย” จากสำนักข่าว BBC Thai บนเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Pai Jatupat”
.
การจับกุม และ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา
- วันที่ 3 ธ.ค. 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบได้จับกุม ไผ่ ภายหลังจากที่เขาแชร์บทความข่าว “พระราชประวัติกษัตริย์พระองค์ใหม่ของไทย” จากสำนักข่าว BBC Thai และอ้างถึงเนื้อหาบางส่วนของบทความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยหมายจับลงวันที่ 2 ธ.ค. 2559 โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
- ภายหลังการจับกุม ไผ่ถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจเป็นเวลาหนึ่งคืน และถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพบทนายความ แม้ว่าศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจะจัดหาทนายความเพื่อให้การช่วยเหลือทางกฎหมายแล้วก็ตาม ต่อมาเขาถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในข้อหาเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งไผ่ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
- วันที่ 4 ธ.ค. 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไผ่ไปขออนุญาตศาลจังหวัดขอนแก่นเพื่อควบคุมตัวระหว่างการสอบสวน ศาลอนุมัติคำร้องให้ควบคุมตัวเป็นเวลา 12 วัน (4–15 ธ.ค. 2559) โดยอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวด้วยหลักทรัพย์ประกัน 400,000 บาท
.
เพิกถอนประกัน
- วันที่ 16 ธ.ค. 2559 พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการประกันตัว โดยให้เหตุผลว่าไผ่ยังคงโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่มีลักษณะล้อเลียนอำนาจรัฐ โดยข้อความหนึ่งระบุว่า “เศรษฐกิจมันแย่แม่งเอาแต่เงินประกัน”
- วันที่ 22 ธ.ค. 2559 ศาลจังหวัดขอนแก่นได้ไต่สวนคำร้องเพิกถอนการประกันตัวโดยไม่เปิดให้สาธารณชนเข้าร่วม และมีคำสั่งให้เพิกถอนการประกันตัว พร้อมให้ควบคุมตัวไว้ระหว่างพิจารณาคดี
- วันที่ 27 ธ.ค. 2559 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้น โดยให้เหตุผลว่าไผ่ยังไม่ลบโพสต์บนโซเชียลมีเดีย และยังคงแสดงความคิดเห็นเชิงล้อเลียนอำนาจรัฐ อันเป็นการไม่เคารพกฎหมายและอาจสร้างความเสียหายต่อประเทศ ทั้งนี้ หากศาลพิพากษาว่ามีความผิดจริง ไผ่อาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี
.
คำพิพากษาศาลชั้นต้น
- วันที่ 15 ส.ค. 2560 ศาลนัดอ่านคำพิพากษาเป็นการลับ โดยให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องพิจารณา ก่อนศาลอ่านคำพิพากษาเฉพาะในส่วนของโทษ โดยไม่ได้อ่านคำวินิจฉัยในประเด็นข้อกฎหมาย ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจตุภัทร์มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดหลายบท จึงลงโทษตามบทหนักที่สุด คือจำคุก 5 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน เมื่อคู่ความไม่มีการอุทธรณ์ คดีจึงถึงที่สุด
.
การขอพักโทษและการฟ้องศาลปกครอง
- ระหว่างต้องโทษ จตุภัทร์ยื่นคำขอพักการลงโทษตามระเบียบกระทรวงยุติธรรม โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาพักโทษพิจารณาเรื่องนี้ในวันที่ 30 ม.ค. 2562 แต่ยังไม่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ โดยอ้างว่ามีคดีทางการเมืองค้างอยู่ ต่อมาในการประชุมวันที่ 27 ก.พ. 2562 คณะอนุกรรมการมีมติ “ไม่เห็นชอบให้พักโทษ” โดยให้เหตุผลว่าพฤติการณ์การกระทำผิดกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ จตุภัทร์จึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2562 ขอให้เพิกถอนมติดังกล่าว แต่ในที่สุดเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2565 ศาลปกครองกลางพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าการพักโทษเป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการ และการไม่อนุมัติเป็นการใช้ดุลพินิจชอบด้วยกฎหมาย
.
การปล่อยตัว
- วันที่ 10 พ.ค. 2562 ก่อนที่คดีปกครองจะมีคำพิพากษา จตุภัทร์ได้รับการปล่อยตัวจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ลงวันที่ 3 พ.ค. 2562 รวมเวลาถูกคุมขัง 870 วัน หรือ 2 ปี 4 เดือน 20 วัน
ความคิดเห็นของผู้รายงานพิเศษ
- ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติได้แสดงความกังวลอย่างจริงจังต่อการจับกุม ดำเนินคดี และการคุมขังไผ่ภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งในมุมมองของผู้รายงานพิเศษ กฎหมายเหล่านี้ถูกนำมาใช้กับการแสดงออกที่ควรได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ไม่ใช่กับการกระทำที่เป็นอาชญากรรมจริง ๆ
- ผู้รายงานพิเศษฯยังชี้ว่ากระบวนการเพิกถอนการประกันตัวที่เกิดขึ้นแบบลับขัดกับหลักการพื้นฐานของการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ซึ่งควรเปิดเผยและตรวจสอบได้ อีกทั้งยังเน้นว่าการใช้มาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในลักษณะที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงออก ไม่สอดคล้องกับมาตรา 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม
- ผู้รายงานพิเศษได้ย้ำอีกว่าหลักการสำคัญว่า บุคคลสาธารณะ รวมถึงผู้ใช้อำนาจรัฐ เช่น ประมุขของรัฐ ย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ และกฎหมายหมิ่นประมาท—ทั้งหมิ่นประมาทกษัตริย์และหมิ่นประมาททั่วไป—ต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือปิดปากหรือปราบปรามการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต
- ท้ายที่สุด ผู้รายงานพิเศษเตือนว่าการใช้กฎหมายเหล่านี้ในลักษณะเช่นนี้สร้าง “บรรยากาศแห่งความกลัว” (chilling effect) ทำให้ประชาชนลังเลที่จะใช้สิทธิในการแสดงออก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสังคมประชาธิปไตย
ข้อมูลเพิ่มเติมตามคำขอของผู้รายงานพิเศษ
- ข้อมูลเพิ่มเติมหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ได้ระบุไว้
- รายละเอียดของการดำเนินคดีต่อไผ่ และฐานทางกฎหมายที่เขาถูกตัดสิน และอธิบายว่าสิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับบรรทัดฐานและมาตรฐานระหว่างประเทศอย่างไร
- ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการที่ดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายและสิทธิในการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมของไผ่
- ข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงออกที่ไผ่แสดงออกบนโซเชียลมีเดียว่าเป็น “ความเสียหายต่อประเทศชาติ” ซึ่งเป็นเหตุให้ปฏิเสธการปล่อยตัวชั่วคราว
- ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุผลในการใช้บทบัญญัติหมิ่นประมาทกษัตริย์ เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติไทย และการมีอยู่ของกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ เกี่ยวข้องกับจุดประสงค์ที่แท้จริงและแสดงให้เห็นถึงการปกป้องการดำรงอยู่ของประเทศหรือความสมบูรณ์ของดินแดนจากการใช้กำลัง
- ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการใดๆ ที่ดำเนินการเพื่อยกเลิกบทบัญญัติว่าด้วยความผิดฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ ภายใต้ มาตรา 112 และแก้ไขพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพื่อให้บทบัญญัติเหล่านี้สอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ
- กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
- ข้อ 9: สิทธิที่จะไม่ถูกจับกุมหรือคุมขังโดยพลการ
- ข้อ 14: สิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม
- ข้อ 19: สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
- ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR)
- ข้อ 9: การห้ามจับกุม คุมขัง หรือเนรเทศโดยพลการ
- ข้อ 10: สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม โดยศาลที่เป็นอิสระและเป็นกลาง
- ปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (UN Declaration on Human Right Defenders)
- ข้อ 1: สิทธิในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานโดยไม่ถูกคุกคาม
- ข้อ 2: สิทธิทำงานร่วมกับผู้อื่นและเข้าร่วมองค์กรเพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน
- ข้อ 5: สิทธิในการรวมตัว แสดงออก และเข้าถึงข้อมูล
- ข้อ 6: สิทธิในการเข้าถึง เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน