- ข้อ 3 อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC)
เด็กและเยาวชนในประเทศไทยไม่ได้รับการยกเว้นจากการดำเนินคดีและการคุกคามทางกฎหมายอันเนื่องมาจากการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ ตั้งแต่การชุมนุมของขบวนการเยาวชนปลดแอกในปี 2563 ซึ่งมีแกนนำเป็นนักกิจกรรมเยาวชนและนักศึกษา เด็กจำนวนประมาณ 286 คนถูกฟ้องคดีภายใต้กฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพหลายประเภท
นับตั้งแต่เกิดการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยโดยมีเยาวชนเป็นแกนนำทั่วประเทศในเดือนกรกฎาคม 2563 มีผู้ถูกฟ้องคดีเกือบ 2,000 คน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่องในการจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานของเยาวชนในประเทศไทย
This number includes...
มาตรา 112
(หมิ่นประมาทกษัตริย์)
มาตรา 116
(ยุยงปลุกปั่น)
พระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์
ยังคงถูกดำเนินคดีจนถึงปัจจุบันใน
อายุ:
17 ปี (ขณะที่เหตุเกิด)
ข้อหา:
มาตรา 112 (หมิ่นประมาทกษัตริย์)
แม้ว่าเพชรจะไม่ได้เข้าร่วมในการประท้วงมากมายเหมือนแต่ก่อน แต่ศาลเห็นว่าแม้เพียงการไปปรากฏตัวในกิจกรรมตลอดระยะเวลาการจัดงาน ก็แสดงให้เห็นว่าเขาสนับสนุนสิ่งที่คนอื่นทำอยู่แล้ว
ในเบื้องต้น ศาลตัดสินให้ เพชร มีความผิดตามมาตรา 112 และกำหนดโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปี แต่เนื่องจากเป็นเยาวชน ศาลจึงลดโทษลงกึ่งหนึ่งเหลือ 1 ปี 6 เดือน และแทนที่จะสั่งจำคุก ศาลได้เปลี่ยนบทลงโทษเป็นการบังคับเข้ารับการอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี และไม่เกิน 2 ปี โดยกำหนดให้ผู้ต้องหาต้องเข้ารับการศึกษาและฝึกอาชีพควบคู่กับการเรียนด้านวิชาการ นอกจากนี้ เพชรได้รับการประกันตัวด้วยหลักทรัพย์จำนวน 35,000 บาท
อายุ:
17 ปี (ขณะที่เหตุเกิด)
ข้อหา:
มาตรา 112 (หมิ่นประมาทกษัตริย์)
การสวมเสื้อคร็อปท็อป และการชูสามนิ้วระหว่างการประท้วงอย่างสงบ
ในเบื้องต้น ศาลตัดสินให้ บีม มีความผิดตาม มาตรา 112 และกำหนดโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปี แต่เนื่องจากเป็นเยาวชน ศาลจึงลดโทษลงกึ่งหนึ่งเหลือ 1 ปี 6 เดือน และแทนที่จะสั่งจำคุก ศาลได้เปลี่ยนบทลงโทษเป็นการบังคับเข้ารับการอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี และไม่เกิน 2 ปี โดยกำหนดให้เข้ารับการศึกษาด้านการฝึกอาชีพควบคู่กับการเรียนด้านวิชาการ นอกจากนี้ บีมได้รับการประกันตัวด้วยหลักทรัพย์จำนวน 35,000 บาท
อายุ:
12 ปี (ขณะที่เหตุเกิด)
ข้อหา:
ละเมิด พ.ร.ก ฉุกเฉินฯ พ.ศ. 2548
ขี่จักรยานเพื่อไปสังเกตการณ์การประท้วง
ศาลตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาตามพรก.ฉุกเฉินฯ แต่สืบเนื่องจากอายุ ศาลจึงไม่ได้กำหนดโทษ แต่ให้มีการว่ากล่าวตักเตือนก่อน (ตามมาตรา 74(1)) ของประมวลกฎหมายอาญา
อายุ:
16 ปี (ขณะที่กระทำความผิด)
ข้อหา:
มาตรา 112 (หมิ่นประมาทกษัตริย์); ละเมิด พ.ร.ก ฉุกเฉินฯ พ.ศ. 2548
กรณีใส่เสื้อครอปท็อปในการประท้วง “แฟชั่นราษฎร”
ศาลตัดสินว่าผู้ต้องหามีความผิดในทุกข้อหา และสั่งลงโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือนตามมาตรา 112 โดยลดโทษจาก 3 ปี เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเยาวชน นอกจากนี้ ศาลยังสั่งปรับเป็นเงิน 6,000 บาทจากการละเมิดพ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ เนื่องจากคำให้การของผู้ต้องหามีประโยชน์ ศาลจึงลดโทษลงเหลือจำคุก 12 เดือน และปรับเป็นเงิน 4,000 บาท โดยให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี พร้อมกำหนดให้เข้าพบเจ้าหน้าที่คุมประพฤติทุก 3 เดือนตลอดช่วงรอลงอาญา
ในประเทศไทย เด็กที่ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ มักถูกฟ้องคดีตามกฎหมายที่มีบทลงโทษรุนแรง รวมถึงกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์และกฎหมายยุยงปลุกปั่น ทางการยังใช้กำลังเกินสมควรระหว่างการประท้วง เช่น การใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และเคเบิ้ลไทร์
เด็กที่ถูกดำเนินคดีตามข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ มักถูกควบคุมตัวระหว่างรอการพิจารณา หรือถูกใช้มาตรการควบคุมอื่น ๆ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 ศาลได้ตัดสินความผิดของเด็ก 4 คน โดยให้โทษจำคุกแต่รอลงอาญา หรือสั่งให้เข้ารับการอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน ขณะที่ยังมีเด็กอีก 1 คนที่ถูกควบคุมตัว เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าโยนอาหารสุนัขใส่พระบรมฉายาลักษณ์ ในขณะที่เขายังเป็นเยาวชน
ระบบยุติธรรมสำหรับเยาวชนของไทยประเทศไทยมี มาตรการพิเศษ ที่มีจุดประสงค์เพื่อเบี่ยงเบนเด็กออกจากระบบยุติธรรมทางอาญาและลดการดำเนินคดีต่อเยาวชน อย่างไรก็ตาม มาตรการพิเศษนี้ยังมีปัญหาหลายประการ หนึ่งในปัญหาที่ชัดเจนคือ เด็กที่แสดง “ความสำนึกผิด” เท่านั้นจึงสามารถเข้าถึงมาตรการพิเศษได้ หมายความว่าเด็กที่ไม่ยอมรับข้อกล่าวหาจะถูกมองว่าไม่สำนึกผิด และไม่สามารถเข้าถึงมาตรการพิเศษได้
นอกจากนี้ เด็กหลายคนสะท้อนว่า พวกเขาถูกกดดันให้รับสารภาพจึงจะสามารถเข้าถึงมาตรการพิเศษได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ขัดกับมาตรฐานสากลของสหประชาชาติ ทั้งยังมีหลายกรณีที่คำรับสารภาพดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อพวกเขาในภายหลัง
มาตรการพิเศษบางอย่างยังไม่สอดคล้องกับหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก เช่น กรณีที่เด็กคนหนึ่งถูกบังคับให้เข้าร่วมพิธีถวายบังคม ทั้งที่เจ้าตัวไม่สมัครใจ และเมื่อปฏิเสธ เจ้าหน้าที่กลับบันทึกข้อมูลในเชิงลบต่อเขา