สิทธิเด็ก

“ในการกระทำทั้งปวงที่เกี่ยวกับเด็ก ไม่ว่าจะกระทำโดยสถาบันสังคมสงเคราะห์ของรัฐ หรือเอกชน ศาลยุติธรรม หน่วยงานฝ่ายบริหาร หรือองค์กรนิติบัญญัติ ผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับแรก”

- ข้อ 3 อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC)

สิทธิเด็กในประเทศไทย

เด็กและเยาวชนในประเทศไทยไม่ได้รับการยกเว้นจากการดำเนินคดีและการคุกคามทางกฎหมายอันเนื่องมาจากการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ ตั้งแต่การชุมนุมของขบวนการเยาวชนปลดแอกในปี 2563 ซึ่งมีแกนนำเป็นนักกิจกรรมเยาวชนและนักศึกษา เด็กจำนวนประมาณ 286 คนถูกฟ้องคดีภายใต้กฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพหลายประเภท

นับตั้งแต่เกิดการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยโดยมีเยาวชนเป็นแกนนำทั่วประเทศในเดือนกรกฎาคม 2563 มีผู้ถูกฟ้องคดีเกือบ 2,000 คน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่องในการจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานของเยาวชนในประเทศไทย

This number includes...

คน
0
คดี
0
Notable charges includes...

มาตรา 112

(หมิ่นประมาทกษัตริย์)

29 คน
24 คดี

มาตรา 116

(ยุยงปลุกปั่น)

3 คน
3 คดี

พระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน

241 คน
155 คดี

พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ

10 คน
5 คดี

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์

9 คน
9 คดี
คน
0

ยังคงถูกดำเนินคดีจนถึงปัจจุบันใน

คดี
0

คดีเกี่ยวกับเด็กที่สำคัญ…

การละเมิดสิทธิเด็กในประเทศไทย

การจับกุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ในประเทศไทย เด็กที่ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ มักถูกฟ้องคดีตามกฎหมายที่มีบทลงโทษรุนแรง รวมถึงกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์และกฎหมายยุยงปลุกปั่น ทางการยังใช้กำลังเกินสมควรระหว่างการประท้วง เช่น การใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และเคเบิ้ลไทร์

เด็กที่ถูกดำเนินคดีตามข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ มักถูกควบคุมตัวระหว่างรอการพิจารณา หรือถูกใช้มาตรการควบคุมอื่น ๆ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 ศาลได้ตัดสินความผิดของเด็ก 4 คน โดยให้โทษจำคุกแต่รอลงอาญา หรือสั่งให้เข้ารับการอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน ขณะที่ยังมีเด็กอีก 1 คนที่ถูกควบคุมตัว เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าโยนอาหารสุนัขใส่พระบรมฉายาลักษณ์ ในขณะที่เขายังเป็นเยาวชน

“มาตรการพิเศษ” ที่เป็นปัญหา

ระบบยุติธรรมสำหรับเยาวชนของไทยประเทศไทยมี มาตรการพิเศษ ที่มีจุดประสงค์เพื่อเบี่ยงเบนเด็กออกจากระบบยุติธรรมทางอาญาและลดการดำเนินคดีต่อเยาวชน อย่างไรก็ตาม มาตรการพิเศษนี้ยังมีปัญหาหลายประการ  หนึ่งในปัญหาที่ชัดเจนคือ เด็กที่แสดง “ความสำนึกผิด” เท่านั้นจึงสามารถเข้าถึงมาตรการพิเศษได้  หมายความว่าเด็กที่ไม่ยอมรับข้อกล่าวหาจะถูกมองว่าไม่สำนึกผิด และไม่สามารถเข้าถึงมาตรการพิเศษได้

นอกจากนี้ เด็กหลายคนสะท้อนว่า พวกเขาถูกกดดันให้รับสารภาพจึงจะสามารถเข้าถึงมาตรการพิเศษได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ขัดกับมาตรฐานสากลของสหประชาชาติ ทั้งยังมีหลายกรณีที่คำรับสารภาพดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อพวกเขาในภายหลัง

มาตรการพิเศษบางอย่างยังไม่สอดคล้องกับหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก เช่น กรณีที่เด็กคนหนึ่งถูกบังคับให้เข้าร่วมพิธีถวายบังคม ทั้งที่เจ้าตัวไม่สมัครใจ และเมื่อปฏิเสธ เจ้าหน้าที่กลับบันทึกข้อมูลในเชิงลบต่อเขา