AL THA 11/2020: หนังสือเกี่ยวกับการดำเนินคดีมาตรา 112 ต่อผู้ชุมนุมทางการเมืองอย่างน้อย 40 คน

ชื่อ:

ผู้ชุมนุมทางการเมืองเเละประชาชนอย่างน้อย 40 คน เช่น อานนท์ นำภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก, พริษฐ์ ชิวารักษ์, ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี เเละ จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์

สถานะคดี/การละเมิด:

ยังไม่สิ้นสุด

วันที่:

11 ม.ค. 2564

ผู้รายงานพิเศษ:

  1. ผู้รายงานพิเศษด้านเสรีภาพในการชุมนุมและรวมกลุ่มโดยสันติ (Special Rapporteur on Freedom of Peaceful Assembly and of Association)
 
  1. คณะทำงานว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการ (Working Group on Arbitrary Detention)
 
  1. ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิเสรีภาพทางความคิดและในการแสดงออก (Special Rapporteur on Freedom of Opinion and Expression)
 
  1. ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยสถานการณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชน (Special Rapporteur on the Situation of Human Rights Defenders)

ข้อมูลการละเมิดสิทธิ

  • เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2563 การชุมนุมอย่างสันติเพื่อเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ และการลาออกของนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศไทย 
 
  • การชุมนุมที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 14-18 ต.ค. 2563 และวันที่ 17-18 พ.ย. 2563
 
  • ในระหว่างการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 8 พ.ย. และ 17 พ.ย. 2563 มีรายงานว่าตำรวจและกองกำลังเจ้าหน้าที่ได้ใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อสลายการชุมนุมดังกล่าว โดยไม่ได้ให้คำเตือนที่ให้เวลาเเละพื้นที่ที่เพียงพอแก่ผู้ชุมนุมในการถอยออกไป ทั้งนี้ ยังมีการใช้กำลังที่เกินกว่าเหตุและการดำเนินคดีกับนักข่าวที่ปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวในระหว่างการชุมนุม
 
  • เมื่อวันที่ 17-18 พ.ย. 2563 มีการประชุมรัฐสภา ฯ เพื่อพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ร่าง 
 
  • โดยในวันที่ 17 พ.ย. 2563 การประชุมครั้งนี้มาพร้อมกับการชุมนุมใหญ่บริเวณด้านนอกอาคารรัฐสภา ในช่วงเช้า โดยกลุ่มที่เรียกว่า “ไทยภักดี” ได้จัดการชุมนุมใกล้กับรัฐสภาเพื่อแสดงการคัดค้านต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกลุ่มดังกล่าวได้ยื่นข้อเรียกร้องแก่ประธานวุฒิสภา
 
  • ในช่วงบ่ายวันเดียวกันก็ได้มีกลุ่ม “ประชาชนปลดแอก” ได้เริ่มชุมนุมในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งตำรวจได้ตั้งแนวกั้นและใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงผสมสารเคมีเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาใกล้แนวกั้น โดยมีรายงานว่าผู้นำการชุมนุมได้ขอทำการเจรจากับเจ้าหน้าที่หลายครั้ง แต่ทางการไม่ได้ตอบสนอง
 
  • เวลาประมาณ 17.00 น. ตำรวจได้ถอนตัวออกจากบริเวณแยกเกียกกายโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งนำไปสู่การปะทะกันระหว่างบุคคลจากทั้งสองกลุ่มที่มีความคิดเห็นตรงข้ามกัน โดยมีการขว้างปาขวดน้ำ ก้อนหิน และวัตถุอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม เเม้เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้หลังจากผ่านไปประมาณ 30 นาที ทั้งนี้ มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน 6 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้เข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่ม “ประชาชนปลดแอก” ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ยังไม่มีรายงานผลการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการชุมนุมเพิ่มเติมบริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2563 อีกด้วย
 
  • เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2563 นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศว่ารัฐบาลจะใช้ “ทุกกฎหมายและทุกบทกฎหมาย” กับผู้ชุมนุม ซึ่งทำให้ต่อมาได้มีการนำข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์) มาใช้อีกครั้ง โดยมีอย่างน้อย 40 คน รวมถึงนักเรียนมัธยมปลายอายุ 16 และ 17 ปี ถูกตั้งข้อหาดังกล่าว
 
  • รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแถลงเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2563 ว่ามีบุคคลอย่างน้อย 41 คนที่จะถูกดำเนินคดีในกรุงเทพมหานคร โดยบางคนต้องเผชิญการดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ในหลายคดี ซึ่งรวมถึงแกนนำการชุมนุม เช่น พริษฐ์ ชิวารักษ์, ภาณุพงศ์ จาดนอก, และอานนท์ นำภา เป็นต้น
 
  • นอกจากนี้ยังมีบุคคลอย่างน้อย 3 คนที่ถูกตั้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110  ซึ่งเกี่ยวข้องกับการละเมิดเสรีภาพของราชินี อย่างไรก็ตาม ขณะที่ส่งคำร้องเรียนนี้ไม่มีผู้ถูกกล่าวหาคนใดถูกควบคุมตัว 
 
  • ผู้จัดการชุมนุมและผู้เข้าร่วมหลายราย รวมถึงนักเรียนมัธยมปลาย ยังถูกตั้งข้อหาตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 
  • ผู้รายงานพิเศษฯ ได้เเสดงความเห็นว่า ไม่มีบุคคลใดสมควรที่จะถูกดำเนินคดีทางอาญาจากการแสดงออกโดยสงบในการชุมนุม และแสดงความคิดเห็นเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยหากข้อกล่าวหาตามคำร้องเรียนนั้นได้รับการยืนยัน นั่นถือว่าการกระทำตามข้อกล่าวหาเป็นการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อ 19 และข้อ 21 แห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
 
  • ผู้รายงานพิเศษฯ ได้เเสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้ มาตรา 112 ในการปิดพื้นที่ของพลเมือง และสร้างบรรยากาศความกลัว (chilling effect) ต่อผู้ชุมนุมโดยสันติ และได้เน้นย้ำถึงข้อกังวลจากการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ที่ผู้รายงานพิเศษ ฯ เคยได้ส่งหนังสือร้องเรียนถึงรัฐบาลไทยในหลายครั้ง เช่น AL THA 7/2020, AL THA 1/2020, UA THA 1/2017, และ  UA THA 7/2017 ละเน้นย้ำให้มีการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อย่างสอดคล้องกับข้อ 19 แห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
 
  • ผู้รายงานพิเศษฯ ได้ย้ำเตือนรัฐบาลถึงความคิดเห็นทั่วไปฉบับที่ 34 ของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน   โดยย้ำว่า บุคคลสาธารณะซึ่งรวมไปถึงผู้ที่ใช้อำนาจรัฐทางการเมือง เช่น ประมุขแห่งรัฐ สามารถถูกวิพากษ์วิจารณ์และเห็นต่างทางการเมืองได้ และการวิพากษ์วิจารย์บุคคลสาธารณะไม่เป็นเหตุที่เพียงพอในการสร้างความชอบทำสำหรับการลงโทษทางอาญาต่อบุคคล
 
  • ผู้รายงานพิเศษฯ ได้แสดงความกังวลต่อการดำเนินคดีอาญาในหลายข้อหาต่อนักเรียนมัธยมปลาย ซึ่งยังเป็นเยาวชน ที่ถูกดำเนินคดีภายใต้ข้อหาร้ายแรง เช่น หมิ่นประมาทกษัตริย์ หรือ ยุยงปลุกปั่น
 
  • ผู้รายงานพิเศษฯ ได้แสดงความกังวลต่อการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ และการใช้รถฉีดน้ำสารเคมีต่อผู้ชุมนุม และเน้นย้ำว่ารัฐบาลมีหน้าที่ในการประกันว่าการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ในระหว่างการชุมนุมนั้นมีความจำเป็น และได้สัดส่วน และเพื่อคุ้มครองผู้ชุมนุมโดยสงบจากความรุนแรงของกลุ่มบุคคลอื่น ๆ 
  1. ข้อมูลเพิ่มเติมและเปิดโอกาสให้รัฐไทยได้ชี้แจงหรือตอบโต้คำร้องเรียนที่ได้นำเสนอโดยผู้รายงานพิเศษ ฯ  
  2. คำอธิบายเกี่ยวกับข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นและพื้นฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมายต่อบรรดาผู้เสียหายที่ได้กล่าวถึง
  3. คำอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์ที่การพูดและการมีส่วนร่วมในการชุมนุมอย่างสันติ ตลอดจนการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างสันติที่จะถือเป็นความผิดตามมาตรา 116 ได้
  4. คำอธิบายจากรัฐไทยว่าการเรียกร้องการเปลี่ยนเเปลงทางการเมืองหรือการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญหรือการเข้าร่วมในการประท้วงโดยสันติในลักษณะใดที่จะถือว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายยุยงปลุกปั่นได้ โดยอ้างอิงจากคำตอบของรัฐไทย เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2563 “กฎหมายดังกล่าวถูกใช้เพียงเพื่อมุ่งเป้าต่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมายและการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ” 
  5. มาตรการที่ได้ดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามคำแนะนำของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในการงดใช้กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายยุยงปลุกปั่น และข้อบังคับอื่น ๆ ที่มีผลต่อการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ
  6. ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการใด ๆ ที่ได้ดำเนินการเพื่อยกเลิกบทบัญญัติว่าด้วยการหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามมาตรา 112 และการปรับแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพื่อให้บทบัญญัติดังกล่าวสอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
  7. ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของการสืบสวนในกรณีการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2563 ในกรุงเทพฯ
  • กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
    • ข้อ 9: สิทธิที่จะไม่ถูกจับกุมหรือคุมขังโดยพลการ
    • ข้อ 14: สิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม
    • ข้อ 19: สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
    • ข้อ 21: สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ
    • ข้อ 22: สิทธิเสรีภาพในการรวมตัวและตั้งสม