AL THA 8/2024: หนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการเสียชีวิตระหว่างคุมขังของ “บุ้ง” เนติพร เสน่ห์สังคม
ชื่อ:
“บุ้ง” เนติพร เสน่ห์สังคม
สถานะคดี/การละเมิด:
ยังไม่สิ้นสุด
วันที่:
6 ส.ค. 2567
ผู้รายงานพิเศษ:
- ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิเสรีภาพทางความคิดและในการแสดงออก (Special Rapporteur on Freedom of Opinion and Expression)
- ผู้รายงานพิเศษด้านเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและการรวมกลุ่ม (Special Rapporteur on Freedom of Peaceful Assembly and of Association)
- ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยสถานการณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชน (Special Rapporteur on the Situation of Human Rights Defenders)
- ผู้รายงานพิเศษเกี่ยวกับการสังหารโดยมิชอบหรือโดยพลการ (Special Rapporteur on Extrajudicial, Summary or Arbitrary Executions)
ข้อเท็จจริง
ข้อมูลของผู้เสียหาย
- “บุ้ง” เนติพร เสน่ห์สังคม เป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และสมาชิกกลุ่มทะลุวัง วัย 28 ปี
- ตั้งแต่ปี 2560 บุ้งได้เริ่มเข้าร่วมกิจกรรมด้านสิทธิของนักเรียนและสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผ่านการระดมเงินทุนสำหรับการเคลื่อนไหวด้านการสนับสนุนประชาธิปไตยของเยาวชน
- เธอถูกดำเนินคดี ภายใต้มาตรา 112 จำนวน 2 คดี
- เธอถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 2567 จนเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2567 เธอได้เสียชีวิตลงในวัย 28 ปี ในระหว่างการถูกคุมขัง สืบเนื่องมาจากกรณีศาลอาญากรุงเทพใต้ออกคำสั่งเพิกถอนประกัน“บุ้ง” เนติพร เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2567
.
ข้อมูลการละเมิดสิทธิ
.คดีที่ 1 (คดีหมายเลขดำที่ 765/2565)
- วันที่ 7 ก.พ. 2565 เวลา 19.46 น. กลุ่ม “ทะลุวัง – ThaluWang” ลงข้อความผ่านเฟซบุ๊กเชิญชวนประชาชนทั่วไปให้เข้าร่วมกิจกรรม “คุณคิดว่าขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่?” ในวันที่ 8 ก.พ. 2565 เวลา 17.00 น. ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน
- วันที่ 8 ก.พ. 2565 ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ “ใบปอ” ได้ร่วมกันชูป้ายข้อความ ซึ่งมีหัวข้อว่า “คุณคิดว่า ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่” และมีการขีดเส้นแบ่งออกเป็นสองช่อง มีคําว่า “เดือดร้อน” ปรากฏอยู่บนป้ายทางด้านซ้ายมือ ส่วนคําว่า “ไม่เดือดร้อน” อยู่บนป้ายทางด้านขวามือ และพูดเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมแสดงความคิดเห็น ด้วยการนําแผ่นสติ๊กเกอร์สีเขียวที่ทั้งสองคนเตรียมไว้ไปติดในช่องของข้อความดังกล่าวข้างต้น โดยมีผู้ต้องหาอีกรายทําหน้าที่เป็นผู้ถ่ายวีดีโอไลฟ์สดเหตุการณ์
- จากนั้น ได้มีผู้ต้องหาคนอื่นๆ ทยอยมาเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มเติม และมีการเดินทางยังจุดต่างๆ รวมทั้งพยายามเดินไปทำกิจกรรมที่บริเวณด้านหน้าวังสระปทุม เจ้าหน้าที่อ้างว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ผลักดันแนวกั้นของตำรวจ โดยมี พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผู้กำกับ สน.ปทุมวัน ได้ประกาศให้ผู้ต้องหาและพวกออกไปจากบริเวณ แต่ผู้ต้องหายังฝ่าฝืนจัดกิจกรรมต่อไป โดยผู้เข้าร่วมบางคนได้ด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนมีการแยกย้ายและออกจากบริเวณดังกล่าวไป
.
การจับกุม และ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา
- วันที่ 10 มี.ค. 2565 พนักงานสอบสวนแจ้ง 3 ข้อกล่าวหากับบุ้ง ได้แก่ “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ”, “ยุยงปลุกปั่นฯ” และ “ร่วมกันขัดคำสั่งเจ้าพนักงานฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116 และ 368 ทั้งนี้พฤติการณ์ข้อกล่าวหา ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าส่วนใดของกิจกรรมดังกล่าวที่เข้าข่ายเป็นความผิดตามข้อหามาตรา 112 และมาตรา 116
- ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหาและลงบันทึกประจำวัน พนักงานสอบสวนได้แจ้งว่าจะมีการขอฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ซึ่งรวมไปถึงบุ้ง แม้ว่าผู้ต้องหาจะมาตามหมายเรียก และไม่ได้หลบหนี หลังเสร็จการไต่สวน ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาตามคำขอของพนักงานสอบสวน ทนายความจึงได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งห้า
- เวลา 16.30 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวนักกิจกรรมทั้ง 5 ราย โดยให้วางหลักทรัพย์จำนวน 200,000 บาท พร้อมกำหนด 4 เงื่อนไขการประกันตัว ได้แก่
-
- ห้ามทำกิจกรรมหรือการกระทำใดที่อาจเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
- ห้ามโพสต์เชิญชวน ปลุกปั่น ยั่วยุ ชักจูงประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมในสื่อโซเชียลมีเดีย หรือร่วมชุมนุมที่อาจก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง
- ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล
- ให้ติดอุปกรณ์กำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM)
.
การเพิกถอนประกัน และ การถูกคุมขัง
- วันที่ 13 มี.ค. 2565 บุ้งและนักกิจกรรมคนอื่น ๆ ได้ร่วมกันจัดทำโพลสำรวจความคิดเห็นว่า “คุณยินดีที่จะยกบ้านของคุณให้กับราชวงศ์หรือไม่” ที่หน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
- วันที่ 3 พ.ค. 2565 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งถอนประกันตัวบุ้งและใบปอ ในคดีมาตรา 112 กรณีทำโพลขบวนเสด็จ จากการที่บุ้งและใบปอไปร่วมกิจกรรมทำโพล “คุณยินดีที่จะยกบ้านของคุณให้กับราชวงศ์หรือไม่” เนื่องจากเห็นว่าเป็นการร่วมชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง เป็นการกระทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว
- ระหว่างวันที่ 3 พ.ค. – 4 ส.ค. 2565 บุ้งและใบปอถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ระหว่างถูกคุมขังมาระยะหนึ่ง บุ้งและใบปอตัดสินใจเริ่มอดอาหารประท้วง หลังจากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว จนในเวลาต่อมาได้รับการประกันตัวหลังขอประกันตัวเป็นครั้งที่ 8 สิ้นสุดการอดอาหารเป็นระยะเวลา 64 วัน เงื่อนไขการประกันตัว ได้แก่
-
- ห้ามทำกิจกรรมหรือการกระทำใดที่อาจเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
- ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล
- ห้ามออกจากที่พักอาศัยในช่วงเวลา 19.00 น. ถึง 6.00 น. โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล
- ต้องรายงานตัวต่อศาลทุก 30 วัน
- วันที่ 6 ส.ค. 2566 บุ้งได้เข้าร่วมชุมนุมและพ่นสีหน้ากระทรวงวัฒนธรรม เรียกร้องให้ถอดเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ออกจากการเป็นศิลปินแห่งชาติ
- วันที่ 26 ม.ค. 2567 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งถอนประกันตัวบุ้งในคดีมาตรา 112 กรณีทำโพลขบวนเสด็จอีกครั้ง จากเหตุร่วมชุมนุมและพ่นสีหน้ากระทรวงวัฒนธรรมเมื่อปี 2566 เนื่องจากเห็นว่าบุ้งได้ทำการพ่นสีสเปรย์ลงบนธงประจำพระองค์ของสมเด็จพระราชินี ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการกระทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว พร้อมทั้งมีคำสั่งลงโทษจำคุก 1 เดือน ในคดีละเมิดอำนาจศาล บุ้งถุกนำพาตัวไปถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง
- ตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. ถึงช่วงเดือน เม.ย. 2567 ระหว่างการถูกคุมขัง บุ้งได้ประท้วงอดอาหารและน้ำไม่น้อยกว่า 65 วัน โดยมี 2 ข้อเรียกร้อง คือ
-
- ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และ
- จะต้องไม่มีคนเห็นต่างทางการเมืองถูกคุมขังอีก
- ระหว่างอดอาหารประท้วง บุ้งถูกย้ายตัวไปโรงพยาบาลครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2567 และมีการย้ายไปมาระหว่างสถานคุมขังและโรงพยาบาลหลายครั้ง จนเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2567 ในเวลาประมาณ 6.20 น. บุ้งมีอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เจ้าหน้าที่พยายามกู้ชีพแต่ล้มเหลว โรงพยาบาลราชทัณฑ์จึงส่งตัวบุ้งไปที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ในเวลา 9.30 น. แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาล พบว่าเธอไม่มีสัญญาณชีพแล้ว ทำให้อายุของเธอหยุดลงที่วัย 28 ปี และได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตในเวลา 11.22 น.
- รายงานชันสูตรศพระบุว่า บุ้งถูกนำส่งโรงพยาบาลโดยไม่มีสัญญาณชีพ และมีการใส่ท่อช่วยหายใจผิดตำแหน่ง
.
การไต่สวนการเสียชีวิต
- วันที่ 15 พ.ค. 2567 มีการชันสูตรพลิกศพเพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของบุ้ง ตามข้อมูลที่ได้รับ รายงานการชันสูตรพลิกศพฉบับนี้ยังจัดทำไม่เสร็จสิ้น และส่งผลให้พนักงานอัยการยังไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอให้มีการไต่สวนการเสียชีวิตของเธอ ทนายความและครอบครัวของบุ้งยังประสบปัญหาในการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การเสียชีวิตของเธอ รวมถึงการเข้าถึงภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงเวลาที่เธอเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น
- วันที่ 18 ม.ย. 2567 ทนายความของบุ้งได้ยื่นหนังสือถึงประธานศาลอาญารัชดาในกรุงเทพมหานคร ขอให้ศาลดำเนินการไต่สวนการเสียชีวิตของเธอตามมาตรา 150 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ระบุไว้ว่า ในกรณีที่เกิดการเสียชีวิตระหว่างอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าพนักงาน เมื่อพนักงานอัยการได้รับสำนวนชันสูตรพลิกศพแล้ว ให้ทำคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ เพื่อให้ศาลทำการไต่สวนและทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนทำร้ายให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทำร้ายเท่าที่จะทราบได้
- วันที่ 4 พ.ย. 2024 พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ได้ยื่นคำร้องขอไต่สวนการเสียชีวิตของบุ้ง โดยคำร้องดังกล่าวเป็นไปตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญา มาตรา 150
- วันที่ 13 ม.ค. 2568 ศาลได้นัดไต่สวนการตายครั้งแรก แต่ทนายความของญาติผู้ตายยื่นคำร้องขอเลื่อนการไต่สวน เนื่องจากญาติผู้ตายประสงค์ให้ทนายตรวจสอบความถูกต้องของพยานเอกสารของผู้ร้องตามบัญชีพยานก่อน ซึ่งผู้ร้องยังไม่ได้นำส่งเอกสารเข้ามาในสำนวน และติดใจให้ศาลออกหมายเรียกหลักฐานการรักษาตัวของบุ้ง รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดที่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ และ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ในวันเกิดเหตุ ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนไปนัดพร้อมเพื่อกำหนดวันนัดไต่สวนอีกครั้งในวันที่ 3 มี.ค. 2568
- วันที่ 3 มี.ค. 2568 ศาลนัดพร้อมเพื่อกำหนดวันนัดไต่สวนการตาย ซึ่งศาลได้ออกหมายเรียกพยานตามที่ทนายยื่นคำร้องขอแล้ว แต่ในวันดังกล่าวพยานเอกสารและพยานวัตถุที่ศาลออกหมายเรียกไปนั้นยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในสำนวนคดี จากการโทรสอบถามโรงพยาบาลทั้งสองแห่งได้รับแจ้งว่า อยู่ระหว่างการรวบรวมเพื่อส่งต่อศาล จากนั้นศาลได้ไปปรึกษาผู้บริหารศาลก่อนอนุญาตให้เลื่อนวันนัดพร้อมเพื่อกำหนดวันนัดไต่สวนการตายเป็นวันที่ 8 เม.ย. 2568
- วันที่ 8 เม.ย. 2568 ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 15 อัยการผู้ร้อง, ทนายของญาติผู้ตาย, ญาติผู้ตาย, นักกิจกรรมและประชาชน เดินทางมาศาล ตามที่ศาลออกหมายเรียกรายงานการรักษาและสำเนาไฟล์ภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิดที่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ และ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทนายความแถลงว่า ตรวจเอกสารแล้ว พบว่าได้รับเอกสารและวัตถุพยานตามหมายเรียกจากโรงพยาบาลครบถ้วนแล้ว จากนั้น อัยการผู้ร้องแถลงติดใจไต่สวนพยานจำนวน 6 ปาก ส่วนฝ่ายญาติผู้ตายแถลงติดใจไต่สวนพยานจำนวน 5 ปาก จึงกำหนดวันนัดไต่สวนการตายในวันที่ 20-21 ส.ค. 2568
- วันที่ 20 – 21 ส.ค. 2568 ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 15 มีการไต่สวนการตายของบุ้ง
ความคิดเห็นของผู้รายงานพิเศษ
- ผู้รายงานพิเศษฯ ได้แสดงความกังวลอย่างร้ายแรง (grave concern) ต่อการเสียชีวิตระหว่างการคุมขังของ “บุ้ง” เนติพร เสน่ห์สังคม ซึ่งเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิงอายุน้อย ข้อกังวลนี้รุนแรงขึ้นอีกจากข้อเท็จจริงที่ว่าการคุมขังของบุ้งสืบเนื่องจากการเคลื่อนไหวการสนับสนุนประชาธิปไตย และการปฏิรูปทางการเมืองโดยไม่ใช้ความรุนแรง (non-violent activism) ของเธอ
- ผู้รายงานพิเศษฯ เรียกร้องอย่างจริงจังให้รัฐบาลไทยยุติการใช้ประมวลกฎหมายอาญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบัญญัติมาตรา 112 เพื่อมุ่งเป้าไปที่การทำงานโดยสันติและชอบด้วยกฎหมายของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรม และผู้เห็นต่างคนอื่นๆ ในประเทศ.
- ผู้รายงานพิเศษฯ ได้ย้ำเตือนหลักการที่ว่า เมื่อมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นระหว่างการคุมขัง (loss of life occurring in custody) จะเกิด “ข้อสันนิษฐาน” (presumption) ว่าเป็นการลิดรอนชีวิตโดยพลการโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ข้อสันนิษฐานนี้จะถูกหักล้างได้ก็ต่อเมื่อมีการสืบสวนสอบสวนที่เหมาะสมเท่านั้น โดยเรียกร้องให้การสืบสวนนี้ต้องดำเนินการตามมาตรฐานสากล รวมถึง “พิธีสารมินนิโซตา” (Minnesota Protocol).
- นอกจากนี้ ผู้รายงานพิเศษฯ ยังระลึกว่าวิธีที่ดีที่สุดในการตอบสนองต่อการอดอาหารประท้วง คือการจัดการกับต้นตอของการละเมิดสิทธิมนุษยชน (underlying human rights violations) ที่เป็นสาเหตุของการประท้วงนั้น ผ่านการเจรจาอย่างจริงใจ และได้ย้ำถึงข้อกังวลที่ได้แสดงออกหลายครั้งในอดีตเกี่ยวกับการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ โดยอ้างถึงหนังสือฉบับล่าสุด (AL THA 3/2024).
ข้อมูลเพิ่มเติมตามคำขอของผู้รายงานพิเศษ
- ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นต่อข้อกล่าวหา
- โปรดให้ข้อเท็จจริงโดยละเอียดและอธิบายฐานทางกฎหมายของข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทกษัตริย์และยุยงปลุกปั่นต่อนางสาวเนติพร เสน่ห์สังคมว่าเป็นอย่างไร
- ขณะนี้มีการดำเนินการสืบสวนหรือสอบสวนใด ๆ เกี่ยวกับการเสียชีวิตของนางสาวเนติพร เสน่ห์สังคมหรือไม่ และหากมี การสอบสวนนั้นดำเนินไปตาม “พิธีสารมินนิโซตา” (Minnesota Protocol) หรือไม่
- หากยังไม่มีการสืบสวนหรือสอบสวนใด ๆ โปรดอธิบายเหตุผลว่าเพราะอะไรจึงยังไม่มีการดำเนินการดังกล่าว
กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ
- กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
-
- ข้อ 6: สิทธิในการมีชีวิต
- ข้อ 19: สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
- ข้อ 21: สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ
- ปฏิญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (UN Declaration on Human Rights Defenders)
-
- ข้อ 1 และ 2: สิทธิในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และหน้าที่หลักของรัฐในการคุ้มครอง
- ข้อ 12 (2): รัฐต้องใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อรับประกันการคุ้มครองบุคคลจากการใช้ความรุนแรง การคุกคาม การตอบโต้ หรือการกระทำโดยพลการใดๆ อันเป็นผลมาจากการใช้สิทธิโดยชอบธรรม