AL THA 5/2023: หนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตทนายความของอานนท์ นำภา
ชื่อ:
อานนท์ นำภา
สถานะคดี/การละเมิด:
ยังไม่สิ้นสุด
วันที่:
24 ส.ค. 2566
ผู้รายงานพิเศษ:
- ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยความเป็นอิสระของผู้พิพากษาและทนายความ (UN Special Rapporteur on the Independence of Judges and Lawyers)
- ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยสถานการณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชน (Special Rapporteur on the Situation of Human Rights Defenders)
ข้อเท็จจริง
ข้อมูลของผู้เสียหาย
- อานนท์ นำภา เป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) ตั้งแต่ปี 2557 โดยให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่บุคคลในสถานการณ์เปราะบาง ตั้งแต่ปลายปี 2563 เขาได้ว่าความในคดีอาญาอย่างน้อย 50 คดี ให้กับนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตย และผู้เห็นต่างทางการเมืองราว 50 คน นายอานนท์ทำงานในคดีที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น คดีพลเรือนในศาลทหารหลังรัฐประหาร 2557 คดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และคดีที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
- ปัจจุบัน อานนท์ถูกดำเนินคดีภายใต้ มาตรา 112 อย่างน้อย 14 คดี โดยที่มีคำพิพากษาโดยศาลชั้นต้นแล้ว 10 คดี และ เหลืออีก 4 คดีที่ยังไม่ได้มีคำพิพากษา อานนท์มีโทษรวมทั้งสิ้น 29 ปี 1 เดือน 20 วัน อานนท์ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครตั้งแต่ วันที่ 26 ก.ย. 2566
.
ข้อมูลการละเมิดสิทธิ
.
กระบวนการเพิกถอนใบอนุญาตทนายความ
- วันที่ 3 ส.ค. 2563 นายอานนท์ นำภา กล่าวปราศรัยเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ในการชุมนุมธีมแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
- วันที่ 7 ส.ค. 2563 อภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดำเนินการในฐานะทนายความสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน ได้เข้าร้องเรียนต่อสภาทนายความฯ กล่าวหาว่าอานนท์มีพฤติกรรมเข้าข่ายผิดมรรยาททนายความ เนื่องจากกระทำการ “บิดเบือนข้อความจริง พูดปราศรัยหมิ่นประมาท เสียดสียุยงปลุกปั่น ก่อให้เกิดความเสียหาย และความชิงชังต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อหวังผลให้ประเทศเกิดความแตกแยกสามัคคี….”
- วันที่ 21 ส.ค. 2563 สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนได้รวบรวมรายชื่อนักกฎหมายและทนายความ รวม 266 รายชื่อ เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึก ขอให้สภาทนายความฯ ยกคำร้องถอนชื่อทนายอานนท์ นำภา ออกจากทะเบียนทนายความ เนื่องจากข้อร้องเรียนของอภิวัฒน์ ขันทอง ไม่ได้ตรงกับข้อบังคับของสภาทนายความฯ
- วันที่ 13 ม.ค. 2564 คณะกรรมการมรรยาทนายความ สภาทนายความฯ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนจำนวน 3 คน เพื่อพิจารณาข้อกล่าวหาประพฤติผิดมรรยาทของอานนท์
- วันที่ 17 ก.พ. 2564 คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists หรือ ICJ) ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึก ส่งถึงนายกสภาทนายความฯ โดยเรียกร้องให้ยกเลิกข้อกล่าวหาต่ออานนท์ โดยเห็นว่ากระบวนการสอบสวนที่จะมีขึ้น จะส่งผลเป็นการแทรกแซงการทำงานของอานนท์ นำภา ในฐานะทนายความ อย่างไม่เหมาะสม รวมถึงส่งผลกระทบต่อการว่าความให้แก่ลูกความในคดี และส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน รวมถึงเสรีภาพในการแสดงออกของเขาด้วย
- วันที่ 11 พ.ค. 2564 อานนท์ยื่นคำแก้ข้อกล่าวหาต่อสภาทนายความฯ
- วันที่ 11 พ.ค. 2564 อานนท์ยื่นคัดค้านการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ที่มี ดร.วิเชียร รุจิธำรงกุล เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนมารยาท เหตุเป็นบุคคลผู้มีรายชื่อในลำดับที่ 24 ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2562 เรื่อง การกำหนดรายชื่อบุคคลสำรอง สำหรับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561
- วันที่ 18 มิ.ย. 2564 คณะกรรมการมรรยาททนายความมีมติเอกฉันท์ยกคำร้องคัดค้านของอานนท์
- วันที่ 3 ส.ค. 2564 อานนท์ยื่นคำร้องโต้แย้งคำสั่งยกคำร้องการตั้งประธานคณะกรรมการฯ ฉบับวันที่ 18 มิ.ย. 2564
- วันที่ 24 พ.ย. 2564 สภาทนายความฯ เลื่อนนัดพร้อมนัดแรก เหตุอานนท์ ผู้ถูกกล่าวหา ประสงค์จะเข้าร่วมการสอบสวนในทุกนัด และจะแถลงแนวทางการต่อสู้ด้วยตนเอง แต่อานนท์ยังถูกควบคุมตัว ไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดีชุมนุม “19กันยาทวงคืนอำนาจราษฎร”
- วันที่ 3 ก.พ. 2565 ในการนัดพร้อม ทนายความผู้รับมอบอำนาจของนายอานนท์ แจ้งต่อคณะกรรมการสอบสวนว่า นายอานนท์ขอต่อสู้คดีด้วยตนเอง แม้ตัวจะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ และประสงค์จะร่วมการไต่สวนทุกนัด
- วันที่ 7 เม.ย. 2565 คณะกรรมการสอบสวนกำหนดนัดพร้อมใหม่ โดยจะใช้วิธีการประชุมทางจอภาพทางไกล (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์) กับนายอานนท์จากภายในเรือนจำ หากเขายังไม่ได้รับการปล่อยตัว
- ระหว่างวันที่ 17-18 ก.ค. 2566 มีการกำหนดนัดสอบสวนพยานสองนัดสุดท้าย
ความคิดเห็นของผู้รายงานพิเศษ
- ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อกระบวนการเพิกถอนใบอนุญาตทนายความของนายอานนท์ ซึ่งดูเหมือนเป็นการตอบโต้การทำงานของเขาในการให้บริการทางกฎหมายแก่นักกิจกรรมภาคประชาสังคมที่มีจุดยืนเห็นต่างจากรัฐ และเป็นการตอบโต้การใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของเขา หากข้อเท็จจริงได้รับการยืนยัน จะถือเป็นการขัดต่อมาตรฐานระหว่างประเทศว่าด้วยการประกอบวิชาชีพกฎหมายอย่างเสรีและเป็นอิสระอย่างร้ายแรง
- ผู้รายงานพิเศษฯย้ำว่า รัฐมีหน้าที่ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อประกันว่าทนายความสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยปราศจากการข่มขู่ ขัดขวาง คุกคาม หรือการแทรกแซงอันไม่เหมาะสม รัฐต้องรับประกันว่าทนายความจะไม่ถูกดำเนินคดีหรือลงโทษ สำหรับการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นตามกรอบหน้าที่และจรรยาบรรณทางวิชาชีพ และมาตรฐานระหว่างประเทศยังได้ห้ามมิให้เหมารวมทนายความเข้ากับลูกความหรือเหตุผลของลูกความเป็นเนื้อเดียวกัน ทนายความมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกเช่นเดียวกับพลเมืองคนอื่น ๆ และมีสิทธิในการมีส่วนร่วมอภิปรายสาธารณะในประเด็นที่เกี่ยวกับกฎหมาย การอำนวยความยุติธรรม และการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดทางวิชาชีพ
- สุดท้ายนี้ ผู้รายงานพิเศษฯแสดงความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ในสภาทนายความ (LCT) เนื่องจากหากปราศจากความคุ้มครองจากสมาคมนักกฎหมายที่เป็นอิสระแล้ว ทนายความจะมีความเปราะบางอย่างยิ่งต่อการถูกโจมตี โดยเฉพาะจากเจ้าหน้าที่รัฐ ในสถานที่ที่สมาคมนักกฎหมายอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ ทนายความมักตกเป็นเป้าหมายของการถูกโจมตีจากองค์กรที่ควรจะทำหน้าที่คุ้มครองพวกเขาแทน การปิดปากและ/หรือการควบคุมสมาคมนักกฎหมายไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชุมชนกฎหมายเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอันไม่พึงประสงค์ต่อหลักนิติรัฐและความสามารถของประชาชนทั่วไปในการปกป้องสิทธิมนุษยชนอีกด้วย
ข้อมูลเพิ่มเติมตามคำขอของผู้รายงานพิเศษ
- ข้อมูลเพิ่มเติมและ/หรือความคิดเห็นใด ๆ ที่ท่านอาจมีเกี่ยวกับข้อกล่าวหาข้างต้น
- รายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่นำไปสู่กระบวนการเพิกถอนใบอนุญาตทนายความของนายอานนท์ และคำอธิบายว่าการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับพันธกรณีของไทยตาม ICCPR อย่างไร
- ข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้าง, อำนาจหน้าที่ของสภาทนายความ (LCT), ความสัมพันธ์กับรัฐบาลไทย, และคำอธิบายว่าองค์กรดังกล่าวถือเป็นองค์กรอิสระมากน้อยเพียงใด
- ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการทางกฎหมายและอื่น ๆ ที่ไทยใช้เพื่อรับประกันว่าทนายความสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยปราศจากการแทรกแซง (หลักการ 16), ไม่ถูกเหมารวมกับลูกความ (หลักการ 18), และมีเสรีภาพในการแสดงออก (หลักการ 23)
- คำอธิบายเกี่ยวกับมาตรการที่ดำเนินการเพื่อรับประกันว่านักปกป้องสิทธิมนุษยชนทุกคนในไทย (โดยเฉพาะผู้ใช้เสรีภาพในการแสดงออก) สามารถดำเนินกิจกรรมโดยสงบได้ โดยปราศจากความกลัวการคุกคามทางศาลหรือการตอบโต้
กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ
- กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
- ข้อ 14: สิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมโดยศาลที่เป็นอิสระ และสิทธิในการเข้าถึงทนายความ
- ข้อ 19: สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก
- ข้อ 21: สิทธิในการชุมนุมโดยสงบ
- ปฏิญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
- ข้อ 1 และ 2: สิทธิในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และหน้าที่หลักของรัฐในการคุ้มครอง
- ข้อ 5 และ 6: สิทธิในการพบปะหรือชุมนุมโดยสงบ และสิทธิในการเผยแพร่ข้อมูล ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
- หลักการพื้นฐานว่าด้วยบทบาทของทนายความ (UN Basic Principles on the Role of Lawyers)
- หลักการ 16: รัฐบาลต้องรับประกันว่าทนายความสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยปราศจากการข่มขู่ ขัดขวาง คุกคาม หรือการแทรกแซงอันไม่เหมาะสม
- หลักการ 18: ทนายความจะต้องไม่ถูกมองว่าสนับสนุนลูกความหรือเหตุผลของลูกความเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่
- หลักการ 23: ทนายความมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ความเชื่อ การสมาคม และการชุมนุม เช่นเดียวกับพลเมืองคนอื่นๆ