AL THA 3/2024: หนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินคดีตามมาตรา 112 แก่ “บัสบาส” มงคล ถิระโคตร

ชื่อ:

“บัสบาส” มงคล ถิระโคตร

สถานะคดี/การละเมิด:

ยังไม่สิ้นสุด

วันที่:

13 มี.ค. 2567

ผู้รายงานพิเศษ:

  1. ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิเสรีภาพทางความคิดและในการแสดงออก (Special Rapporteur on Freedom of Opinion and Expression)
  2. ผู้รายงานพิเศษด้านเสรีภาพในการชุมนุมและรวมกลุ่มโดยสันติ (Special Rapporteur on Freedom of Peaceful Assembly and of Association)
  3. ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยสถานการณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชน (Special Rapporteur on the Situation of Human Rights Defenders)
  4. ผู้รายงานพิเศษด้านความเป็นอิสระของผู้พิพากษาและทนายความ (Special Rapporteur on the Independence of Judges and Lawyers)

ข้อมูลของผู้เสียหาย

  • “บัสบาส” มงคล ถิระโคตร นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและผู้สนับสนุนประชาธิปไตย ชาวเชียงราย วัย 27 ปี ซึ่งประกอบอาชีพค้าเสื้อผ้าออนไลน์
  • ตั้งแต่ปี 2563 นายมงคลได้เข้าร่วมการชุมนุมสนับสนุนประชาธิปไตยอย่างสันติ ทั้งในพื้นที่ชุมนุมและบนโลกออนไลน์ โดย “บัสบาส” ได้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์อย่างเปิดเผย และออกมาพูดถึงประเด็นสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศไทย
  • ปัจจุบันเขาถูกดำเนินคดี  4 คดี โดยที่ได้มีคำพิพากษาจากศาลชั้นต้น แล้วจำนวน 3 คดี เขาถูกคุมขังมาตั้งแต่ 18 ม.ค. 2567 จากโทษจำคุกในสามคดีรวมกัน 54 ปี 6 เดือน โดยทุกคดียังอยู่ระหว่างฎีกา

.

ข้อมูลการละเมิดสิทธิ

.

คดีที่ 1 (คดีหมายเลขดำที่ อ.593/2564) และ คดีที่ 2 (คดีหมายเลขดำที่ อ.630/2564) 

ศาลจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งรวมการพิจารณาคดีทั้งสองสำนวนเข้าด้วยกัน เนื่องจากเป็นคดีที่มีข้อเท็จจริงใกล้เคียงกัน และฝ่ายจำเลยมีแนวทางการต่อสู้คดีในทิศทางเดียวกัน

.

ข้อเท็จจริง: คดีที่ 1 อ.593/2564

ระหว่างวันที่ 2-11 มี.ค. 2564 บัสบาสได้แชร์วิดีโอจำนวน 25 โพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา ซึ่งรวมไปถึงวิดีโอเกี่ยวกับ
  • รายการ Last Week Tonight With John Oliver สองตอน โดยรายการดังกล่าวมีเนื้อหาที่เข้าข่ายล้อเลียนกษัตริย์
  • รายการ “American Dad” ซึ่งเป็นการ์ตูนเสียดสีจากสหรัฐอเมริกา โดยมีเนื้อหาที่ตัวละคร ได้ขโมยสิ่งของไปจากตัวละครกษัตริย์ในทีวี
  • สารคดี The Soul of the Nation จาก สำนักข่าว BBC เกี่ยวกับราชวงศ์ไทย 

.

การจับกุม และ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา

  • วันที่ 1 เม.ย. 2564 ได้มีการเริ่มสอบสวนต่อบัสบาส โดยมีการกล่าวหาว่าเขาได้โพสข้อความและรูปภาพ ซึ่งดูหมิ่น หมิ่นประมาทและ อาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันกษัตริย์ คณะกรรมการพิจารณาคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสืบสวนข้อกล่าวหาดังกล่าวจากพยานหลักฐานซึ่งถูกรวบรวมจากตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย
 
  • วันที่ 14 เม.ย. 2564 ขณะที่บัสบาสนั่งอดอาหารที่หน้าศาลอาญา รัชดาฯ เป็นวันที่ 3 เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำราษฎรและผู้ถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมบัสบาส ภายใต้ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) และ ม. 14(5)  โดยระหว่างจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดโทรศัพท์มือถือของเขาและนำตัวเขาไปที่สถานีตำรวจพหลโยธิน
 
  • วันที่ 15 เม.ย. 2564 ในช่วงก่อนรุ่งสางของวัน  บัสบาสถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจเมืองเชียงราย และในเช้าของวันเดียวกันนั้น ตำรวจได้นำตัวบัสบาสไปที่บ้านของเขาในพื้นที่เชียงรายและได้ยึดสิ่งของซึ่งรวมไปถึง กระดาษเขียนข้อความ แถลงการณ์คณะราษฎร ริบบิ้นสีแดง และปลอกแขนซึ่งมีรูปสามนิ้ว โดยทนายไม่ได้รับแจ้งถึงการย้ายตัวของบัสบาส และบัสบาสถูกปฎิเสธไม่ให้ดูหมายค้นดังกล่าว
 
  • บัสบาสได้ถูกนำตัวกลับไปที่สถานีตำรวจเชียงรายและถูกแจ้งข้อหล่าวหาตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา14(3) และ (5)  โดยทางตำรวจได้ระบุวงเงินประกันไว้ที่ 250,000 บาท และถึงแม้ว่าทนายความได้ยื่นเงินประกันครบ และพนักงานสอบสวนได้เสนอให้มีการประกันตัว ผู้กำกับสภ.เมืองเชียงรายได้ปฏิเสธการให้ประกันตัวดังกล่าว
 
  • วันที่ 16 เม.ย. 2564 ศาลให้ประกันตัวและมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยให้วางหลักทรัพย์ที่ 150,000 บาท
 
  • วันที่ 8 ก.ค. 2564 บัสบาสถูกสั่งฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา14(3) และ (5) โดยที่เขาไม่สามารถเดินทางมาที่ศาลได้เนื่องจากมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงขณะนั้น
 
  • วันที่ 25 ส.ค. 2564 ภายหลังจากการอ่านคำสั่งฟ้องต่อบัสบาส บิดาของบัสบาสได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวโดยวางวงเงินที่ 150,000 บาท ต่อมาในเวลาประมาณ 15.00 น. ศาลจังหวัดเชียงรายได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว โดยได้กำหนดเงื่อนไข ห้ามไม่ให้จำเลยกระทำการใด ๆ อันเป็นที่เสื่อมเสียแก่สถาบันกษัตริย์, ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และให้มาศาลตามนัดหมาย

.

ข้อเท็จจริง: คดีที่ 2 อ.630/2564

  • ระหว่างวันที่ 8-9 เม.ย. 2564 บัสบาสได้เผยแพร่ข้อความสองข้อความ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท และอาฆาตมาดร้าย ต่อกษัตริย์ลงบนเฟซบุ๊กของเขา  โพสดังกล่าวถูกพบหลังจากที่เขาถูกจับกุมในวันที่ 14 เมษายน 2564 
 
  • วันที่ 2 พ.ค. 2564 บัสบาสถูกจับที่ที่พักของเขาในจังหวัดเชียงรายและถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจเมืองเชียงราย และในวันถัดมาเขาก็ถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) และ (5) 
 
  • วันที่ 3 พ.ค. 2564 ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังระหว่างสอบสวน โดยอ้างเหตุว่ามีหลักฐานตามสมควรเชื่อว่าผู้ต้องหากระทำความอาญาร้ายแรงและโทษสูง โดยเขาถูกปล่อยตัวชั่วคราวในเวลาต่อมาในวันเดียวกันในวงเงิน 150,000 บาท
 
  • วันที่ 23 ก.ค. 2564 บัสบาสถูกสั่งฟ้อง ในขณะนั้นเขาไม่สามารถเดินทางมาที่ศาลได้เนื่องจากมาตรการโควิด โดยเขาถูกสั่งฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา14(3) และ (5) 
 
  • เมื่อรวมทั้งสองสำนวนแล้ว ศาลจึงพิจารณาโพสต์ทั้งหมด 27 โพสต์ ซึ่งถูกฟ้องเป็น 27 กรรม

.

การพิพากษาศาลชั้นต้น

  • วันที่ 26 ม.ค. 2566 ศาลจังหวัดเชียงรายนัดฟังคำพิพากษา หลังจากที่ได้เลื่อนการอ่านคำพิพากษามาแล้ว 2 ครั้งในช่วงเดือนธันวาคม 2565 ศาลพิจารณาว่าจำเลยยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความตามฟ้องจริง และวินิจฉัยโดยใช้ดุลพินิจของ “วิญญูชนทั่วไป” ไม่จำเป็นต้องยึดตามความเห็นผู้เชี่ยวชาญทุกประการ
 
  • ศาลมีความเห็นว่า จากการพิจารณาเนื้อหาโพสต์ทั้งหมด จำเลยกระทำการโพสต์จำนวน 27 ข้อความ โดยศาลเห็นควร ยกฟ้องจำนวน 13 ข้อความ เนื่องจากเป็นข้อความที่เกี่ยวข้องกับรัชกาลที่ 9 หรือไม่สามารถระบุได้ว่าหมายถึงบุคคลใด อีกทั้งบางข้อความแม้มีภาพของรัชกาลที่ 10 แต่ไม่เป็นการดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาท จึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตาม มาตรา 112 ส่วนข้อความที่เหลืออีก 14 ข้อความ ศาลเห็นว่าเป็นข้อความที่กล่าวถึงรัชกาลที่ 10 โดยมีลักษณะเป็นการแสดงความคิดเห็นเกินขอบเขตของกฎหมาย เป็นการดูหมิ่นประมาทกษัตริย์ อันเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) และ (5)
 
  • เมื่อเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดหลายบท ศาลลงโทษตามบทที่หนักที่สุด คือ มาตรา 112 รวม 14 กระทง กระทงละ 3 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งเพราะให้การเป็นประโยชน์ เหลือ จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 28 ปี
 
  • หลังอ่านคำพิพากษา บัสบาสได้ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปยังห้องขังของศาล และทนายความได้ยื่นขอประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์คดี ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ระหว่างการพิจารณาคดี จำเลยไม่เคยผิดสัญญาประกัน จึงอนุญาตให้ประกันระหว่างอุทธรณ์ ด้วยวงเงิน 300,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข 2 ประการ คือ ห้ามกระทำการที่เสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

.

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 

  • ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนและแก้บางส่วนในคดีจำเลยโพสต์ข้อความเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ รวม 2 คดี โดยศาลเห็นว่าไม่อาจยึดความเห็นของจำเลยหรือผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก แต่ให้ใช้ดุลพินิจของ “วิญญูชนทั่วไป” พิจารณาความหมายของโพสต์
 
  • ศาลวินิจฉัยว่าโพสต์ 14 ข้อความที่มีถ้อยคำหยาบคาย ภาพล้อเลียน หรือแสดงความไม่เคารพต่อพระมหากษัตริย์ เป็นการดูหมิ่นและแสดงความอาฆาตมาดร้าย ไม่อาจตีความว่าเป็นการแสดงออกทางการเมืองเชิงสัญลักษณ์ จึงพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง
 
  • ในส่วนคำอุทธรณ์ของโจทก์ ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยเห็นว่า ความผิดตามมาตรา 112 ครอบคลุมถึงพระมหากษัตริย์ที่สวรรคตแล้วด้วย ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา จึงเห็นว่าการโพสต์เกี่ยวกับรัชกาลที่ 9 อีก 9 ข้อความ ก็เป็นความผิดเช่นกัน รวมทั้งเพิ่มอีก 2 โพสต์ที่ศาลชั้นต้นเคยยกฟ้องว่าไม่ระบุชัด
 
  • อย่างไรก็ดี ศาลยังคงยกฟ้อง 2 ข้อความที่ไม่สื่อความหมายดูหมิ่นหรือเกลียดชัง
 
  • รวมแล้ว ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยมีความผิดเพิ่มอีก 11 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี ลดโทษเหลือกระทงละ 2 ปี รวม 22 ปี เมื่อรวมกับโทษจากคดีก่อนหน้า 28 ปี จำเลยต้องรับโทษจำคุกรวม 50 ปี
 
  • โทษจำคุกของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในคดีนี้ นับได้ว่าเป็นคดีมาตรา 112 ที่ถูกลงโทษสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเท่าที่ทราบข้อมูลก่อนหน้านี้ คดีที่ถูกลงโทษจำคุกสูงที่สุด

.

คดีที่ 3 (คดีดำ อ.1278/2565)

.

ข้อเท็จจริง

ในวันที่ 28 และ 30 ก.ค. 2565 บัสบาสได้เผยแพร่โพสต์สองโพสบนเฟซบุ๊กของเขา ซึ่งถูกกล่าหาว่าเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาทและอาฆาตมาดร้ายต่อกษัตริย์ ต่อมา ในวันที่ 11 ส.ค. 2565 ตำรวจมากกว่ายี่สิบนายได้ทำการเข้าค้นบ้านของบัสบาสและได้จับกุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) และ (5) ระหว่างการเข้าค้นบ้านตำรวจได้ตรวจยึดเสื้อยืดที่มีเนื้อหา “วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์” และโทรศัพท์มือถือของบัสบาส

.

การจับกุม และ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา

  • บัสบาสถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงรายตั้งแต่วันที่ 11-13 ส.ค. 2564 ต่อมาในวันที่ 13 ส.ค. 2564 ศาลจังหวัดเชียงรายได้มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังตามคำขอของพนักงานสอบสวน  โดยในเวลาต่อมาศาลได้มีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวด้วยวงเงินประกัน 150,000 บาท
 
  • วันที่ 4 พ.ย. 2562 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายยื่นฟ้องบัสบาส ในฐาน มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) และ (5)

.

คำพิพากษาศาลชั้นต้น

  • วันที่ 30 ต.ค. 2563 ศาลมีคำพิพากษาว่าข้อความที่จำเลยโพสต์ทั้งสองข้อความ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ เป็นการแสดงความอาฆาตมาดร้าย และกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักคือมาตรา 112 และลงโทษเรียงกระทงทั้ง 2 กรรม
 
  • จำคุกกระทงละ 3 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ 2 ปี กับให้เพิ่มโทษจำคุกอีก 6 เดือน จากคดีที่จำเลยบุกรุกเคหสถานที่ศาลจังหวัดเชียงรายนี้ ซึ่งศาลพิพากษาให้รอการลงโทษไว้ รวมจำคุกทั้งหมด 4 ปี 6 เดือน
 
  • ในระหว่างรอคำสั่งให้ประกันตัว บัสบาสถูกคุมขังที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงรายในคืนวันที่ 30 ต.ค. 2566 ในขณะนั้นเขาได้ถูกคุกคามและละเมิดสิทธิโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งขู่ที่จะทำร้ายเขา โดยเจ้าหน้าที่ได้สั่งให้เขานั่งลงและถอดเสื้อผ้าออกในขณะที่ทำการตรวจร่างกาย โดยในระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำลายเสื้อผ้าของเขาด้วยมีด และเจ้าหน้าที่ได้บอกเขาไม่ให้พูดถึงการคุกคามที่เขาได้พบเจอ
 
  • 31 ต.ค. 2566 บัสบาสได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยการประกันตัวด้วยวงเงิน 300,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขการประกันตัว 1. ห้ามจำเลยกระทำการใด ๆ เสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. ห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หากผิดเงื่อนไขให้ศาลชั้นต้นพิจารณาถอนประกันได้
 
  • 4 ก.ย. 2567 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลชั้นต้น อุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยเห็นว่าเป็นข้อปลีกย่อย ไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนไป จึงไม่ต้องวินิจฉัยอีก พิพากษายืน
  • ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อโทษจำคุกสูงถึง 50 ปีที่บัสบาสได้รับ และเห็นว่าการลงโทษนี้อาจเป็นการตอบโต้การเคลื่อนไหวทางการเมืองและการแสดงความคิดเห็นของเขา ทั้งบนโลกออนไลน์และในชีวิตจริง โดยเฉพาะการแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์
  • ผู้รายงานพิเศษฯยังชี้ว่ามีการคุกคามอย่างเป็นระบบและมุ่งเป้าโจมตีบัสบาส เนื่องจากเขาใช้สิทธิในการชุมนุมและเสรีภาพในการแสดงออก ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงคดีที่ 3 ของบัสบาสซึ่งยังอยู่ระหว่างพิจารณาและอาจมีโทษสูง
  • ผู้รายงานพิเศษฯเน้นว่าการใช้ มาตรา 112 ในลักษณะนี้ ถูกนำมาเป็นเครื่องมือปิดปากผู้วิจารณ์รัฐบาล พรรคการเมืองฝ่ายค้าน นักข่าว นักปกป้องสิทธิ และประชาชนทั่วไปที่วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นสาธารณะ รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ การใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องและโทษรุนแรงต่อบัสบาสเป็นตัวอย่างที่สร้าง “บรรยากาศแห่งความกลัว” (chilling effect) ต่อการใช้สิทธิในเสรีภาพในการชุมนุมและการแสดงออก
  • ผู้รายงานพิเศษฯเตือนรัฐบาลไทยถึง ความคิดเห็นทั่วไปฉบับที่ 34 ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ซึ่งระบุว่ากฎหมายที่ห้ามวิจารณ์หน่วยงานรัฐ รวมถึงกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดูหมิ่นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ควรนำมาป้องกันบุคคลสาธารณะหรือผู้ใช้อำนาจรัฐจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์
  • นอกจากนี้ ผู้รายงานพิเศษฯยังย้ำถึงข้อกังวลในคำร้องเรียน AL THA 2/2023 และ AL THA 1/2023 ว่า มาตรา 112 ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล โดยเฉพาะ ข้อ 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และเตือนว่า UN WGAD ก็ได้ชี้ว่าการใช้ มาตรา112 ขัดกับพันธกรณีระหว่างประเทศของไทย
  1. ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นต่อข้อกล่าวหา
  2. ข้อเท็จจริงและฐานทางกฎหมายต่อข้อกล่าวหาและโทษจำคุกต่อบัสบาส และการกระทำดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างไร รวมไปถึงข้อ 9 ข้อ 19 และข้อ 21 แห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิในเสรีภาพและความปลอดภัย สิทธิในเสรีภาพแห่งการแสดงออก และสิทธิในการชุมนุมอย่างสงบ ในกรณีที่ไม่มีฐานทางกฎหมายดังกล่าว ขอให้ให้ข้อมูลถึงวันที่ที่บัสบาสจะถูกปล่อยตัว
  3. ในเดือนพฤษภาคม 2566 ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิเสรีภาพทางความคิดและในการแสดงออก ผู้รายงานพิเศษด้านเสรีภาพในการชุมนุมและรวมกลุ่มโดยสงบ ร่วมกับคณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการ ได้แนะนำให้ประเทศไทยทบทวนมาตรา 112 ให้สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 19 และให้รัฐบาลไทยได้ชี้แจงว่ามีมาตรการใดที่รัฐบาลได้กระทำไปแล้วบ้าง เพื่อให้กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
  • กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
    • ข้อ 9: สิทธิที่จะไม่ถูกจับกุมหรือคุมขังโดยพลการ
    • ข้อ 14: สิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม
    • ข้อ 19: สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
    • ข้อ 21: สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ
    • ข้อ 22: สิทธิเสรีภาพในการรวมตัวและตั้งสมาคม
 
  • ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR)
    • ข้อ 3: สิทธิในชีวิต เสรีภาพ และความปลอดภัยของบุคคล
    • ข้อ 9: การห้ามจับกุม คุมขัง หรือเนรเทศโดยพลการ
 
  • ปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (UN Declaration on Human Right Defenders)
    • ข้อ 1: สิทธิในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานโดยไม่ถูกคุกคาม
    • ข้อ 2: สิทธิทำงานร่วมกับผู้อื่นและเข้าร่วมองค์กรเพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน