กระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (UPR)

“แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยความผิดฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ ให้มีเนื้อหาสอดคล้องกับพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศของประเทศไทย ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยในเบื้องต้น ควรยกเลิกโทษจำคุกขั้นต่ำสำหรับการกระทำความผิดตามมาตรานี้ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที”

- ข้อเสนอแนะ 52.60 ที่สวีเดนเสนอให้กับประเทศไทย ระหว่างกระบวนการ UPR รอบที่สาม

UPR คืออะไร?

กระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review: UPR) เป็นกลไกเฉพาะของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกทุกประเทศต้องเข้ารับการตรวจสอบสถานการณ์สิทธิมนุษยชนโดยประเทศสมาชิกอื่น ๆ ทุก 4 ปีครึ่ง ในแต่ละปีจะมีประเทศ 42 ประเทศถูกตรวจสอบ แบ่งเป็นการประชุม 3 ครั้ง ครั้งละ 14 ประเทศ

UPR จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2549 ตามมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ 60/251 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในทุกประเทศอย่างเท่าเทียมกัน

จนถึงปี 2567 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติได้เข้าร่วมกระบวนการ UPR มาแล้วอย่างน้อย 3 รอบ ได้แก่ รอบแรก (2551–2554) รอบที่สอง (2555–2559) และรอบที่สาม (2560–2564) ปัจจุบันกำลังอยู่ในรอบที่สี่

เป้าหมายของ UPR คืออะไร?

UPR เป็นกระบวนการที่จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละประเทศได้:

UPR ทำงานอย่างไร?

เมื่อประเทศหนึ่งได้รับข้อเสนอแนะจากประเทศอื่น ประเทศนั้นสามารถเลือกที่จะ “สนับสนุน” (ประกาศยอมรับและตั้งใจปฏิบัติ) หรือ “ตั้งข้อสังเกต” ต่อข้อเสนอแนะดังกล่าว ข้อเสนอแนะที่ได้รับการสนับสนุนจะกลายเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินการภายในประเทศ และในการพิจารณารอบถัดไป (อีกประมาณ 5 ปีต่อมา) ประเทศนั้นจะถูกคาดหวังให้อธิบายว่ามีการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะที่ยอมรับไว้แล้วอย่างไร

ทั้งนี้ ในบางกรณี ประเทศต่าง ๆ ยังอาจปฏิบัติตามข้อเสนอแนะที่เคยเพียง “ตั้งข้อสังเกต” โดยไม่ได้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการด้วยเช่นกัน

ประเทศไทย & กระบวนการ UPR

จนถึงเดือนกันยายน 2568 ประเทศไทยได้เข้ารับการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนตามกระบวนการ UPR มาแล้ว 3 รอบ ได้แก่ – (1) เดือนตุลาคม 2554 – (2) เดือนพฤษภาคม 2559 – (3) เดือนพฤศจิกายน 2564

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีกำหนดเข้ารับการพิจารณาในรอบที่สี่ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569

สถิติสำคัญ

หลังจากการพิจารณาตามกระบวนการ UPR ครบสามรอบ ประเทศไทยได้รับข้อเสนอแนะจากรัฐภาคีรวมทั้งสิ้น 787 ข้อ โดยมีประเด็นสำคัญ อาทิ:

  • สิทธิเด็ก อย่างน้อย 136 ข้อ

  • เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก อย่างน้อย 71 ข้อ

  • เสรีภาพในการสมาคมและการชุมนุมโดยสงบ อย่างน้อย 38 ข้อ

  • กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ (มาตรา 112) อย่างน้อย 29 ข้อ

ประเทศไทยมีการตอบรับต่อข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์อย่างไรบ้าง?

ประเทศไทยได้ ปฏิเสธหรือ “ตั้งข้อสังเกต” ต่อข้อเสนอแนะ 27 จาก 29 ข้อ (ร้อยละ 93) ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ โดยยอมรับเพียง 2 ข้อ ซึ่งทั้งสองข้อเสนอแนะดังกล่าวมาจากประเทศนอร์เวย์ในการพิจารณารอบแรก ได้แก่

  1. รับประกันให้กระบวนการศาลมีความโปร่งใส

  2. จัดให้มีการสนับสนุนด้านกฎหมายที่เพียงพอแก่ผู้ถูกดำเนินคดี

 

ในการพิจารณาแต่ละรอบ ประเทศไทยได้ให้เหตุผลที่แตกต่างกันว่าทำไมจึงไม่สามารถยอมรับข้อเสนอแนะจากนานาประเทศเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ได้ โดยในการพิจารณารอบแรก รัฐบาลไทยอ้างว่าจะปล่อยให้เป็นเรื่องที่ประชาชนตัดสินใจว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายหรือไม่ ต่อมาในการพิจารณารอบที่สอง ประเทศไทยให้เหตุผลว่า สถานการณ์ความไม่สงบและความปั่นป่วนหลังการรัฐประหารปี 2557 เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขกฎหมาย และในการพิจารณารอบที่สาม รัฐบาลไทยยืนยันว่าจะยังคงรักษาหลักการที่อ้างว่าสร้างสมดุลระหว่างการใช้สิทธิของบุคคลกับการไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตลอดจนไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อย และสาธารณสุข

ข้อเสนอแนะจากประเทศต่าง ๆ